เมื่อต้องเข้ารับการรักษาด้วยการ “อุดฟัน” เชื่อว่าหลายคนคงเคยเกิดความสงสัยว่า ระหว่าง วัสดุอุดฟันสีเงิน (อมัลกัม – Amalgam) กับ วัสดุอุดฟันสีขาวธรรมชาติ (เรซินคอมโพสิต – Composite Resin) มีความแตกต่างกันอย่างไร? แบบไหนใช้งานได้ดีกว่า และวัสดุแบบไหนที่เหมาะกับสุขภาพช่องปากของเราในระยะยาว วันนี้ คลินิกทันตกรรมคูณ ได้รวบรวมข้อมูลเจาะลึกจากทันตแพทย์มาเล่าให้ฟังกันครับ
ทำความรู้จัก 2 วัสดุอุดฟันหลักที่นิยมใช้
ในปัจจุบัน วัสดุที่ใช้ในการบูรณะฟันผุหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้:
1. วัสดุอุดฟันสีเงิน (Amalgam)
อมัลกัม คือ วัสดุอุดฟันดั้งเดิมที่ใช้กันมานานกว่า 100 ปี มีส่วนผสมของโลหะหลายชนิด เช่น เงิน ดีบุก ทองแดง และมี ปรอท เป็นสารทำละลายเพื่อให้โลหะเซ็ตตัวขึ้นรูปได้

2. วัสดุอุดฟันสีขาวธรรมชาติ (Composite Resin)
เรซินคอมโพสิต คือ วัสดุบูรณะฟันยุคใหม่ที่ทำจากสารเรซินสังเคราะห์ผสมกับอนุภาคแก้วหรือเซรามิก สามารถปรับเฉดสีให้มีความกลมกลืนกับสีฟันจริงของคนไข้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ตารางเปรียบเทียบ: อุดฟันสีขาว vs อุดฟันสีเงิน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | วัสดุสีเงิน (อมัลกัม) | วัสดุสีขาว (เรซินคอมโพสิต) |
| ความสวยงาม | สีเทาดำ มองเห็นชัด ไม่เหมาะกับฟันหน้า | สีขาวธรรมชาติ กลมกลืนกับสีฟันจริง |
| การสูญเสียเนื้อฟัน | ต้องกรอเนื้อฟันออกมากกว่า เพื่อทำช่องล็อกวัสดุ | กรอเฉพาะส่วนที่ผุออก เพราะมีกาว ยึดเกาะฟัน |
| ผลต่อโครงสร้างฟัน | วัสดุพองตัวได้ อาจทำให้ฟันร้าวหรือแตกในระยะยาว | แนบสนิทไปกับเนื้อฟัน ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ฟัน |
| ความเสี่ยงเรื่องปรอท | มีส่วนผสมของปรอท (มีความกังวลในระดับสากล) | ปราศจากสารปรอทและโลหะ ปลอดภัยสูง |
| ความปราณีตในการทำ | ทำง่ายกว่า ไม่ไวต่อความชื้นขณะอุด | ต้องคุมความชื้นอย่างเคร่งครัด อาศัยฝีมือหมอ |
ทำไมความนิยมของวัสดุสีเงิน (อมัลกัม) ถึงลดลงเรื่อยๆ?
แม้ว่าอมัลกัมจะเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทานสูง แต่ในปัจจุบันทันตแพทย์ทั่วโลกเริ่มลดการใช้งานลงด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ:
- การอนุรักษ์เนื้อฟัน : อมัลกัมไม่มีแรงยึดเกาะทางเคมีกับเนื้อฟัน หมอจึงต้องกรอเนื้อฟันดีๆ ออกบางส่วนเพื่อสร้างรูปทรงที่ช่วยยึดวัสดุ ต่างจากวัสดุสีขาวที่สามารถยึดติดกับผิวกระเบื้องฟันได้โดยตรง
- ความเสี่ยงเรื่องฟันร้าวในระยะยาว: เมื่อเวลาผ่านไป อมัลกัมสามารถดูดความชื้นและเกิดการขยายตัว ดันเนื้อฟันรอบข้าง ทำให้ฟันเกิดรอยร้าว หรือแตกหักจนต้องสูญเสียฟันได้
- ข้อกังวลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม: เนื่องจากมีส่วนผสมของสารปรอท ในหลายประเทศจึงมีการรณรงค์ยกเลิกหรือจำกัดการใช้อมัลกัมอย่างต่อเนื่อง
💡 คำแนะนำจากทันตแพทย์ คลินิกทันตกรรมคูณ:
หากคุณมีรอยอุดฟันสีเงินเก่าอยู่ในปากและยังใช้งานได้ดี ไม่มีอาการปวด ไม่มีความเสี่ยงฟันผุซ้ำใต้รอยอุด “ยังไม่จำเป็นต้องรีบไปรื้อออกทันที” ครับ แนะนำให้เข้ามาตรวจเช็กสภาพรอยอุดและเอกซเรย์ประเมินความเสี่ยงกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอดีที่สุด
ข้อดีที่ทำให้อุดฟันสีขาว (เรซิน) เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในปัจจุบัน
วัสดุอุดฟันสีขาวได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เพราะไม่เพียงให้ความสวยงามสมจริง แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันยังได้รับการพัฒนาให้มีความแข็งแรงทนทานสูงใกล้เคียงกับโลหะ สามารถใช้ได้ทั้งฟันหน้าและฟันกรามบดเคี้ยว
อย่างไรก็ตาม การอุดฟันสีขาวต้องอาศัย เทคนิคและความปราณีตของทันตแพทย์ เป็นอย่างมาก เนื่องจากวัสดุไวต่อความชื้น หากมีการปนเปื้อนของน้ำลายขณะอุด อาจทำให้รอยอุดหลุดง่าย หรือเกิดอาการเสียวฟันตามมาได้ การเลือกคลินิกทันตกรรมที่มีมาตรฐานและทันตแพทย์ที่มีความชำนาญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุดฟัน (FAQ)
Q: อุดฟันสีขาวเสียวฟันไหม?
A: ในช่วง 1-2 วันแรกหลังอุดฟัน อาจมีอาการเสียวฟันเล็กน้อยได้เมื่อดื่มน้ำเย็น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีทันตแพทย์ควบคุมความชื้นขณะอุดอย่างถูกต้อง อาการเสียวฟันจะหายไปเองในเวลาอันรวดเร็วครับ
Q: อุดฟันสีขาวอยู่ได้กี่ปี?
A: โดยทั่วไปวัสดุอุดฟันสีขาวมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและการตรวจฟันทุก 6 เดือน
Q: อยากเปลี่ยนอุดสีเงินเป็นสีขาว ทำได้ไหม?
A: สามารถทำได้ครับ หากรอยอุดเดิมมีปัญหา เช่น ชำรุด ผุซ้ำ หรือต้องการเพิ่มความสวยงาม ทันตแพทย์จะทำการกรอรื้ออมัลกัมอย่างระมัดระวังและบูรณะด้วยวัสดุสีขาวชิ้นใหม่ให้สวยงาม