การ ผ่าฟันคุด ถือเป็นหนึ่งในหัตถการทางทันตกรรมที่หลายคนได้ยินชื่อแล้วต้องรู้สึกเสียวฟันหรือแอบกลัวอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ? เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยของคนที่มีแพลนต้องไปเคลียร์ช่องปาก หรือเริ่มมีอาการปวดฟันกรามซี่ในสุด มักจะเกิดคำถามในหัวมากมาย เช่น “ผ่าฟันคุดเจ็บไหม?”, “หลังผ่าหน้าจะบวมหรือเปล่า?”, หรือ “ค่าใช้จ่ายในการผ่าฟันคุดแพงไหม?”
วันนี้เราจะมารีวิวประสบการณ์ตรงจากการ ผ่าฟันคุดที่อุบล ครั้งแรกในชีวิต บอกเล่ากันแบบหมดเปลือก ไม่มีกั๊ก ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดสินใจ การเลือกคลินิก การตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงขั้นตอนการดูแลตัวเองหลังผ่า บอกเลยว่าจากคนที่เคยกลัวมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) พอผ่านมันมาได้แล้วรู้สึกเลยว่า “เจ็บแต่จบ” และรู้อย่างนี้คือน่าจะตัดสินใจทำตั้งนานแล้วค่ะ!
จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจ: ทำไมเราถึงต้อง “ผ่าฟันคุด” ?
ขอบอกก่อนเลยว่า เคสของเรามีฟันคุดทั้งหมด 2 ซี่ค่ะ โดยแบ่งเป็นฟันคุดด้านบน 1 ซี่ และฟันคุดด้านล่างอีก 1 ซี่ ซึ่งซี่เจ้าปัญหาที่ทำให้เรากังวลใจและเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องหันมาศึกษาเรื่องการ ผ่าฟันคุด อย่างจริงจังก็คือ “ฟันคุดด้านล่าง” ค่ะ
ลักษณะของฟันคุดซี่นี้คือ น้องไม่ได้โผล่ขึ้นมาตรงๆ เหมือนฟันซี่อื่น แต่น้องโผล่พ้นเหงือกมาแค่เศษเสี้ยวโคนฟันนิดเดียวเท่านั้นค่ะ ฟังดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ? แต่ไอ้คำว่า “นิดเดียว” นี่แหละค่ะที่เป็นปัญหาใหญ่หลวงระดับชาติในชีวิตประจำวันเลย เพราะเวลาที่เรากินอะไรเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก หรือขนม เศษอาหารมันจะชอบเข้าไปติดอยู่ตรงซอกฟันคุดนั้นตลอดเวลา เนื่องจากมันมีลักษณะเป็นกระเปาะหรือซอกเหงือกที่อมฟันไว้
ปัญหาเรื้อรังที่คนปล่อยฟันคุดไว้ต้องเจอ
พอเศษอาหารไปอุดตัน สิ่งที่ตามมาแบบเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ:
- ทำความสะอาดยากมาก: ต่อให้เราจะใช้แปรงสีฟันที่หัวเล็กขนาดไหน หรือพยายามแปรงฟันให้ลึกเท่าไหร่ ขนแปรงก็เข้าไม่ถึงซอกตรงนั้นอยู่ดีค่ะ
- ต้องใช้ไม้จิ้มฟันแคะตลอดเวลา: กลายเป็นว่าหลังทานอาหารเสร็จ เราต้องมานั่งใช้ไม้จิ้มฟันคอยสะกิดคอยแคะเศษอาหารออกเป็นประจำ ซึ่งจริงๆ แล้วการใช้ไม้จิ้มฟันบ่อยๆ มันทำให้เหงือกอักเสบและห่างขึ้นด้วยนะคะ
- ปัญหากลิ่นปากรบกวนใจ: มีบางวันที่เรายุ่งๆ หรือเผลอลืมแคะเศษอาหารออก หรือบางทีสะกิดออกไม่หมด เศษอาหารเหล่านั้นก็จะเกิดการหมักหมมด้วยแบคทีเรียในช่องปาก ส่งผลให้เริ่มมีกลิ่นปากแบบไม่รู้ตัว เสียบุคลิกภาพมากค่ะ
- เสี่ยงฟันผุและเหงือกอักเสบในอนาคต: คุณหมอบอกว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ นอกเหนือจากกลิ่นปากแล้ว แบคทีเรียจะเจาะทะลุเคลือบฟัน ทำให้ฟันคุดซี่นั้นผุ และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ มันจะพาลทำให้ฟันกรามซี่ข้างๆ (ซึ่งเป็นฟันเคี้ยวซี่สำคัญ) ผุตามไปด้วย รวมถึงอาจเกิดหนองหรือเหงือกอักเสบเฉียบพลัน ได้ในอนาคต
หลังจากที่ต้องผจญกับความรำคาญใจนี้อยู่สะพักใหญ่ และใช้เวลาทำใจยอมรับความจริงอยู่นานพอสมควร (เพราะใครๆ ก็บอกว่า ผ่าฟันคุด มันเจ็บสุดๆ ยาชาหมดฤทธิ์แล้วจะระบมมาก) แต่สุดท้ายเมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว… ทำไงได้ล่ะคะ? ฟันซี่นี้สุดท้ายปล่อยไว้ก็มีแต่พังกับพัง ยังไงก็ต้องผ่าออกอยู่ดี ก็เลยตัดใจยอมเผชิญหน้ากับความกลัว ดีกว่าปล่อยให้ฟันพังระเบิดเวลาเวลาปวดขึ้นมาตอนดึกๆ ค่ะ!

ทำไมต้อง “ผ่าฟันคุด” กับหมอเฉพาะทาง? ไขข้อข้องใจที่หลายคนไม่เคยรู้
พอตัดสินใจได้ว่าจะทำแน่ๆ ขั้นตอนต่อไปคือการหาข้อมูลคลินิกค่ะ เราเริ่มจากการขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ที่เคยมีประสบการณ์ ผ่าฟันคุด มาก่อน เพราะอยากได้รีวิวจากคนที่ทำจริง เจ็บจริง และหายจริง จนมีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้เราไปที่ “คลินิกทันตกรรมคูณ” โดยเพื่อนเน้นย้ำมาเลยว่า “ที่นี่เขามีหมอเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ช่องปากคอยดูแลเลยนะแก”
ยอมรับเลยค่ะว่าแวบแรกที่ได้ยิน แอบงงและตั้งคำถามในใจเบาๆ ว่า “ห้ะ? ผ่าฟันคุดนี่มันต้องถึงขั้นมีหมอเฉพาะทางด้วยเหรอ? คิดว่าเรียนจบหมอฟันมา ทันตแพทย์คนไหนก็น่าจะผ่าได้เหมือนกันหมดหรือเปล่า?”
แต่พอได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอจริงๆ ถึงได้เข้าใจกระจ่างเลยค่ะว่า การ ผ่าฟันคุด โดยเฉพาะในเคสที่ฟันฝังอยู่ใต้กระดูกหรือมีลักษณะรากฟันที่ซับซ้อน การทำกับหมอเฉพาะทางนั้นมีความสำคัญและมีข้อดีที่แตกต่างจากการผ่ากับหมอฟันทั่วไปอย่างมาก ดังนี้ค่ะ:
1. ความชำนาญและประสบการณ์
หมอเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ช่องปาก คือคุณหมอที่เรียนจบหมอฟันทั่วไปมาแล้ว และต้องศึกษาต่อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดในช่องปากโดยเฉพาะอีกหลายปี ทำให้คุณหมอมีความเข้าใจในโครงสร้างกายวิภาค ของช่องปาก ใบหน้า และขากรรไกรอย่างลึกซึ้ง ผ่านเคสยากๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นฟันคุดชนเส้นประสาท ฟันคุดรากงอ หรือฟันคุดฝังลึก
2. วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยง
ใต้รากฟันคุดของคนเรา โดยเฉพาะฟันคุดล่าง จะมีเส้นประสาทขนาดใหญ่ที่รับความรู้สึกของริมฝีปากล่างและคางทอดผ่านอยู่ หากผ่าตัดโดยไม่มีความชำนาญ อาจไปเบียดหรือโดนเส้นประสาทนี้ ทำให้เกิดอาการชาที่ริมฝีปากยาวนานเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีได้ คุณหมอเฉพาะทางจะสามารถประเมินตำแหน่ง ทิศทาง และหลบเลี่ยงความเสี่ยงนี้ได้อย่างเป็นมืออาชีพ
3. เจ็บน้อยกว่า แผลเล็กกว่า และใช้เวลารวดเร็ว
เนื่องจากคุณหมอเฉพาะทางมีเทคนิคการผ่าตัดที่เฉียบคม รู้มุมในการเปิดแผล การแบ่งฟัน และการกรอกระดูกอย่างเหมาะสม ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างบอบช้ำน้อยที่สุด ส่งผลให้หลังผ่าเสร็จ คนไข้จะมีอาการปวดและบวมน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แถมยังใช้เวลาในการผ่าเร็วกว่า ทำให้คนไข้ไม่ต้องนอนอ้าปากนานจนเมื่อยกรามค่ะ
ขั้นตอนการประเมินและตรวจวินิจฉัยเชิงลึกด้วย เทคโนโลยีเอ็กซเรย์ 3 มิติ (3D CT Scan)
ก่อนหน้านี้เราเคยไปตรวจและทำการเอ็กซเรย์ฟันแบบ 2 มิติ (Panoramic X-ray) จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมาแล้วก่อนล่วงหน้า เราเลยส่งฟิล์มเอ็กซเรย์ใบนั้นไปให้ทาง คลินิกทันตกรรมคูณ ช่วยประเมินแผนการรักษาและค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นให้ก่อนค่ะ
ทางคลินิกตอบกลับมาอย่างรวดเร็วและให้ข้อมูลที่เป็นมืออาชีพมาก โดยแจ้งว่าเคสของเราจัดว่าเป็น “เคสยาก” เนื่องจากรากฟันคุดซี่ล่างมีลักษณะนอนราบอยู่ใต้กระดูกขากรรไกร แถมยังอยู่ใกล้กับแนวเส้นประสาทส่วนรับความรู้สึกค่อนข้างมาก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น คุณหมอจำเป็นจะต้องทำการเอ็กซเรย์ใหม่อีกครั้ง โดยเปลี่ยนมาใช้ เทคโนโลยีเอ็กซเรย์ 3 มิติ (3D Cone Beam CT Scan) ค่ะ
+-------------------------------------------------------------------+
| เปรียบเทียบการเอ็กซเรย์ฟัน 2 มิติ VS 3 มิติ |
+------------------------------------+------------------------------+
| เอ็กซเรย์ 2 มิติ (Panoramic) | เอ็กซเรย์ 3 มิติ (3D CBCT) |
+------------------------------------+------------------------------+
| มองเห็นภาพเป็นระนาบแบน | มองเห็นเป็นโครงสร้าง 3 มิติ หมุนดูได้ |
| อาจมีภาพซ้อนทับกันของรากฟันและเส้นประสาท | แยกแยะระยะห่างระหว่างรากฟันกับเส้นประสาทได้แม่นยำ |
| เหมาะกับการตรวจเช็กฟันผุ/ฟันคุดเบื้องต้น | จำเป็นสำหรับเคสผ่าฟันคุดที่ยากและซับซ้อน |
+------------------------------------+------------------------------+
ตอนแรกเราก็แอบคิดว่าต้องเสียเงินเพิ่มหรอเนี่ย แต่พอคุณหมอเปิดภาพให้ดูและอธิบายเหตุผล เราถึงเข้าใจเลยค่ะ ภาพเอ็กซเรย์ 3 มิติ มันต่างจากแบบ 2 มิติลิบลับเลยค่ะ! มันเห็นลึกไปถึงความหนาของกระดูก ทิศทางของรากฟันที่คดงอ และเห็นระยะห่างระหว่างรากฟันคุดกับเส้นประสาทแบบเป็นมิลลิเมตร ทำให้คุณหมอสามารถวางแผนการกรอกระดูกและแบ่งฟันได้อย่างแม่นยำ 100% ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทได้อย่างสิ้นเชิงค่ะ
สรุปค่าใช้จ่ายในการผ่าฟันคุดเคสยากของเรา:
- ค่าเอ็กซเรย์ 3 มิติ (3D CT Scan): อยู่ที่ประมาณ 3,500 บาท (คุ้มค่ามากเพื่อความปลอดภัย)
- ค่าผ่าฟันคุด (เคสยากโดยหมอเฉพาะทาง): อยู่ที่ 4,500 บาท
สำหรับเราแล้ว พอได้เห็นมาตรฐานการดูแล การใช้เครื่องมือ3D และได้รับการผ่าตัดโดยทันตแพทย์เฉพาะทางโดยตรง เราถือว่า “ราคาโอเค” ค่ะ ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับความปลอดภัยและความสบายใจที่เราได้รับ
รีวิวนาทีต่อนาที: ขั้นตอนการ “ผ่าฟันคุด” จริง เจ็บไหม? กลัวแล้วทำอย่างไร?
หลังจากตกลงนัดวันเวลาเรียบร้อย พอถึงวันผ่าฟันคุดจริงๆ บอกเลยว่าตื่นเต้นและแอบกลัวเรื่องผ่าเสร็จแล้วจะเจ็บแผลระบมจนกินอะไรไม่ได้ตามข่าวลือในเน็ตมากๆ ค่ะ นั่งมือสั่นอยู่ในห้องพึ่งพาเสียงเพลงคลินิกกล่อมใจเลยทีเดียว
แต่พอได้ขึ้นขาหยั่งและเริ่มขั้นตอนการรักษา ความกลัวที่มีก็ค่อยๆ ลดลงค่ะ มาดูกันค่ะว่าขั้นตอนในห้องผ่าตัดมีอะไรบ้าง:
- การทายาชาและฉีดยาชา: คุณหมอใจดีมาก ทายาชาแบบเจลให้ก่อนตรงเหงือกเพื่อให้ผิวสัมผัสชา จากนั้นจึงค่อยๆ ฉีดยาชาลงไป ขอบอกเลยว่าตอนฉีดยาชาเจ็บจี๊ดๆ เหมือนมดกัดแค่แป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที บริเวณกราม ลิ้น และริมฝีปากข้างนั้นก็เริ่มชาดิก ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
- ขั้นตอนการผ่าตัด: คุณหมอเริ่มลงมือผ่าฟันคุดอย่างเบามือ ระหว่างทำเราไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ มีแค่ความรู้สึกว่ามีเครื่องมือเข้ามาสัมผัสในปาก มีเสียงเครื่องมือกรอฟันดังกึกๆ บ้าง และรู้สึกถึงแรงกดเบาๆ ตอนที่คุณหมอทำการแบ่งฟันออกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ง่ายต่อการดึงออกจากเบ้ากระดูก
- ความรวดเร็วเหนือความคาดหมาย: เชื่อไหมคะว่า คุณหมอใช้เวลาในการดำเนินงานทั้งหมดตั้งแต่กรอกระดูก แบ่งฟัน ดึงฟันคุดออก ไปจนถึงการเย็บปิดปากแผล รวมแล้วใช้เวลาไปเพียงแค่ ประมาณ 30 นาที เท่านั้นเองค่ะ! เร็วมากจนเรายังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ คุณหมอมือเบาและเชี่ยวชาญสมกับเป็นหมอเฉพาะทางจริงๆ ค่ะ

อาการหลังยาชาหมดฤทธิ์และการปฏิบัติตัว: สรุปไทม์ไลน์การฟื้นตัวใน 7 วัน
หลายคนมักจะกลัวช่วงเวลาหลังจากที่ยาชาหมดฤทธิ์ใช่ไหมคะ? เราขอมารีวิวไทม์ไลน์อาการตามความเป็นจริงให้ฟังกันชัดๆ เลยค่ะ:
- หลังผ่าเสร็จ 2-3 ชั่วโมงแรก: ช่วงนี้ยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ค่ะ จะเริ่มมีอาการปวดตุบๆ และหน่วงๆ บริเวณแผลผ่าตัดปานกลาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากๆ ของการผ่าตัด แต่ก่อนออกจากห้องผ่าตัด คุณหมอได้จ่ายยาแก้ปวดปานกลางถึงรุนแรงมาให้พร้อมคำแนะนำเรียบร้อยแล้ว พอเราเริ่มรู้สึกตึงๆ เราก็รีบทานยาแก้ปวดตามทันที ทำให้ระดับอาการปวดอยู่ในขั้นที่ “ทนได้สบายมาก” ไม่ได้เจ็บเจียนตายอย่างที่เคยจินตนาการไว้ค่ะ
- วันที่ 1-2 หลังผ่าฟันคุด: อาการปวดหน่วงๆ ยังคงมีอยู่ประปราย เราคอยประคบเย็นที่ข้างแก้มตามที่คุณหมอแนะนำเพื่อลดอาการบวม ทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก ซุป และสมูทตี้ที่ไม่ร้อน พอเข้าสู่เนื้อวันที่ 2 อาการปวดก็เริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จนแทบไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดทุก 4-6 ชั่วโมงแล้วค่ะ
- วันที่ 3-6 หลังผ่าฟันคุด: อาการปวดหายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงอาการตึงแผลเล็กน้อยตอนอ้าปากกว้างๆ สามารถกลับไปทานอาหารตามปกติได้ค่อนข้างมาก (แต่ยังเว้นการเคี้ยวฝั่งที่ผ่าอยู่)
- ครบ 1 อาทิตย์ (วันนัดตัดไหม): คุณหมอนัดเรากลับมาตัดไหมที่คลินิกในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา ขั้นตอนการตัดไหมไม่เจ็บเลยค่ะ คุณหมอใช้เวลาตรวจเช็กแผลและสะกิดไหมออกไม่ถึง 5 นาที แผลแห้งสนิทดีมาก เป็นอันจบการ ผ่าฟันคุด อุบล ครั้งแรกของเราอย่างสมบูรณ์แบบและแฮปปี้สุดๆ ค่ะ!
ถ้าย้อนกลับไปตอนแรกที่ยอมรับว่ากลัวการ ผ่าฟันคุด มากจนเกือบจะถอดใจ ปล่อยให้ฟันผุไปตามยถากรรม แต่ในวันนี้บอกเลยค่ะว่ารู้สึกโชคดีมากที่เลือกมาทำที่ คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี
คำแนะนำส่งท้าย: ใครมีฟันคุดอย่ารอให้ปวด! รีบมาเคลียร์ด่วน
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีฟันคุดอยู่ ไม่ว่าจะเริ่มมีอาการปวดฟันคุดแล้ว หรือฟันคุดพึ่งจะเริ่มโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาเป็นซอกเล็กๆ เหมือนเคสของเรา แล้วยังลังเลใจ ไม่กล้าไปผ่าเพราะกลัวเจ็บ… เราอยากบอกจากใจเลยค่ะว่า “อย่ารอให้ปวดเลยค่ะ” เพราะถ้าปล่อยจนอักเสบเป็นหนองหรือฟันซี่ข้างๆ ผุขึ้นมา การรักษาจะยากและเสียค่าใช้จ่ายแพงกว่านี้อีกหลายเท่าตัวเลยนะ
การ ผ่าฟันคุด ในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ยิ่งถ้าเราเลือกคลินิกที่ดี มีเครื่องมือเทคโนโลยีที่พร้อม และได้รับการดูแลจากทันตแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ช่องปากโดยตรง แผลจะหายไวและเจ็บน้อยมากค่ะ
🦷 แนะนำเลยค่า! ใครที่กำลังมองหาที่ผ่าฟันคุดดีๆ บรรยากาศอบอุ่น ราคาดี มีหมอเฉพาะทางดูแลอย่างใกล้ชิด แนะนำที่ คลินิกทันตกรรมคูณ เลยค่ะ รับรองว่าเจ็บแต่จบ ได้รอยยิ้มสวยๆ สุขภาพช่องปากที่ดี และความมั่นใจกลับคืนมาแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าฟันคุด (FAQ)
เพื่อให้บทความนี้สมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านสูงสุด เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่คนมักจะสงสัยเกี่ยวกับฟันคุดมาตอบให้ฟังกันสั้นๆ ตรงนี้ค่ะ:
Q: ผ่าฟันคุด กับ ถอนฟันคุด ต่างกันอย่างไร?
- การถอนฟันคุด: จะใช้ในกรณีที่ฟันคุดซี่นั้นโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาตรงๆ เต็มซี่เหมือนฟันปกติทั่วไป คุณหมศาสามารถใช้คีมโยกและถอนออกได้เลยโดยไม่ต้องเปิดแผลเหงือก ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าและหายเร็วกว่า
- การผ่าฟันคุด: จะใช้ในกรณีที่ฟันคุดฝังอยู่ใต้เหงือกหรือใต้กระดูก (ฟันคุดคุด) นอนตะแคง หรือโผล่มาแค่บางส่วน คุณหมอต้องทำการเปิดกรีดเหงือก กรอกระดูกที่คลุมฟันออก และอาจต้องแบ่งฟันเป็นชิ้นๆ ก่อนนำออกมา จากนั้นจึงเย็บปิดแผลค่ะ
Q: หลังผ่าฟันคุด กินอะไรได้บ้าง?
ในช่วง 2-3 วันแรก แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก และที่สำคัญคือต้อง “ไม่ร้อน” เช่น โจ๊กจืดแช่เย็น, เต้าฮวย, นม, โยเกิร์ต, ซุปเย็น หรือไอศกรีม (ความเย็นของไอศกรีมช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและลดอาการบวมของแผลได้ดีมากค่ะ) หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหมักดอง และอาหารกรอบๆ ที่อาจจะไปทิ่มแผลได้ค่ะ
Q: แผลผ่าฟันคุดกี่วันหายสนิท?
โดยทั่วไปแล้ว แผลภายนอกที่เหงือกจะเริ่มสมานตัวและปิดสนิทดีภายในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ (ซึ่งเป็นช่วงที่ตัดไหมแล้ว) แต่สำหรับเบ้ากระดูกด้านล่างที่เคยเป็นที่อยู่ของรากฟันคุด จะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ร่างกายจึงจะสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาเติมเต็มจนเต็มแน่นสนิทค่ะ ดังนั้นในช่วงเดือนแรกๆ หลังทานอาหาร ควรบ้วนปากบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เศษอาหารลงไปอุดในเบ้าฟันนะคะ